• ยอดจำหน่ายสุทธิของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 560.0 พันล้านเยน (ประมาณ 167.9 พันล้านบาท)
• ผลกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก 20.6 พันล้านเยน (ประมาณ 6.1 พันล้านบาท) ในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2560 เป็น 28.1 พันล้านเยน (ประมาณ 8.3 พันล้านบาท) (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน)
• ด้านผลกำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ร้อยละ 5 โดยบริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 28.2 พันล้านเยน (ประมาณ 8.4 พันล้านบาท) (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน) ในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา
• ยอดจำหน่ายรวมทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่จำนวน 292,000 คัน
• ทั้งนี้ยอดจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 28 ที่จำนวน 69,000 คัน นำโดยยอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของรถกระบะในประเทศไทย และความนิยมของรถอเนกประสงค์ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
• ส่วนประเทศจีน ยอดจำหน่ายของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่จำนวน 36,000 คัน อันเป็นผลมาจากยอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของ เอาท์แลนเดอร์ ที่ผลิตในประเทศจีน
• สำหรับภูมิภาคอเมริกาเหนือ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่จำนวน 45,000 คัน นำโดย เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และ อีคลิปส์ ครอสส์ ที่เปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560
• มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คาดการณ์การผลดำเนินงานในปีงบประมาณ 2561 ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลการดำเนินการ ซึ่งได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์โตเกียวไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา