514
คนดูทั้งหมด
ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม

ตลาดรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2569

• ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

• ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 40,907 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา 15.04%

• รถกระบะ มีปริมาณการขาย 11,171 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว 0.21%

• รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีปริมาณการขาย 201 คัน เพิ่มขึ้น 133.72% จากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว

• รถ PPV มีปริมาณการขาย 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา 

• ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1415 ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries - FTI) ประกาศ ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2569

ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมห้าเดือนแรก

• ยอดขาย 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน

• รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 197,935 คัน เพิ่มขึ้น 21.62% จากปีที่ผ่านมา 

• รถกระบะ ยอดขาย 59,265 คัน ลดลง 5.13% จากปีที่ผ่านมา

• รถกระบะไฟฟ้า (BEV) ยอดขาย 695 คัน เพิ่มขึ้น 168.34% จากปีที่ผ่านมา

• รถ PPV ยอดขาย 17,910 คัน เพิ่มขึ้น 16.56% จากปีที่ผ่านมา

• โตโยต้า มียอดขายสะสมห้าเดือนแรก 99,130 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% เติบโต 4.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 31,521 คัน เติบโต 7.60% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 29,918 คัน เติบโต 26.13% จากปีที่ผ่านมา

• โตโยต้า ในเดือนพฤษภาคม มียอดขาย 19,950 คัน เพิ่มขึ้น 3.90% จากปีที่ผ่านมา นำโดยรถยนต์กลุ่ม Pure Pick up มียอดขาย 6,327 คัน เพิ่มขึ้น 13.98% จากปีที่ผ่านมา และ รถ PPV มียอดขาย 1,577 คัน เพิ่มขึ้น 21.21% จากปีที่ผ่านมา

• นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลงกลับมาอยู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนสงคราม หากแต่ผู้บริโภคยังคงกังวลกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ภาคประชาชนอาจจะระมัดระวังการใช้จ่ายและชะลอการตัดสินใจซื้อ

• โตโยต้า ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 34.39% ตลาดรวมในกลุ่ม Pure Pick up จะมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ Toyota Hilux สามารถคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายเฉลี่ย 6,300 คันต่อเดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

• นอกจากนี้กลุ่ม Eco Segment มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย Yaris ATIV รุ่นที่ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของโตโยต้า ทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา

• กลุ่มรถยนต์นั่ง (PC) และรถยนต์ SUV มีทิศทางฟื้นตัวเช่นเดียวกัน ด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Yaris Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 2,900 คันต่อเดือน และ Corolla Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด และรักษาแรงขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง

• ความสำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ตอกย้ำว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังให้ความเชื่อมั่นในโตโยต้า ทำให้สามารถรักษาสถานะผู้นำในตลาดรถยนต์ไทยได้อย่างมั่นคง