• เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เผยโฉม The all-new electric GLC รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นภายใต้แพลตฟอร์ม MB.EA-M (Mercedes-Benz Electric Architecture for Mid-Size Vehicles)
• พร้อมลุยตลาดเอสยูวีขนาดกลางด้วยราคาจำหน่ายคาดการณ์ที่ต่ำกว่า 3.7 ล้านบาท
• เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2026 ช่วงปลายปีนี้

• The all-new electric GLC ชูจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ที่มีขนาดเพียง 85 kWh แต่สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ที่ 15-16 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร
• ระยะทางการขับขี่มากกว่า 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP


• The all-new electric GLC นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary ณ ศูนย์การค้า Gaysorn Amarin ชั้น G ระหว่างวันที่ 24 - 27 กันยายน 2569

• ภายใต้ FLEX Campaign กับแนวคิดที่สร้างขึ้นจากกลยุทธ์ Customer Centricity สู่การนำเสนอแพ็กเกจที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีทั้งความยืดหยุ่นและประสบการณ์ที่ไร้กังวล
• ความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว สะท้อนผ่านตัวเลขทางการตลาดในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งแสดงถึงการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่แสดงความสนใจผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Leads) ด้วยตัวเลขกว่า 188% และมีการส่งต่อไปยังตัวแทนจำหน่ายฯ (Leads Assigned) ในสัดส่วน 181% เมื่อเทียบกับตัวเลขรวมในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

• The all-new electric GLC มาพร้อมกระจังหน้า Iconic Grille ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นการนำมรดกดั้งเดิมและดีเอ็นเอของแบรนด์ มาตีความเข้ากับแนวคิด “Sensual Purity” และศาสตร์แห่งการลดทอน (Reduction) เกิดเป็นความเรียบง่ายที่ล้ำสมัย และสร้างการจดจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็น

• The all-new electric GLC ออกแบบด้วยความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด มีการถ่ายทอดมิติทางอารมณ์และแรงดึงดูดที่ชัดเจน สะท้อนผ่านดีไซน์ด้านหน้าที่ผสาน Illuminated Elements
• โครงสร้างกระจังหน้าแบบ Smoked-Glass Look, Contour Lighting และ Illuminated Graphics เกิดเป็นกิมมิค Animated Welcome Presentation ผ่านองค์ประกอบของแสง ในขณะที่เส้นสายด้านข้างและดีไซน์ท้ายรถ ก็มีการใช้เทคนิคของแสงและเงาช่วยขับเน้นความทรงพลังและความโดดเด่นในทุกมุมมอง

• แนวคิดการออกแบบดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดสู่ภายในห้องโดยสาร ด้วยการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกทั่วไปให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ


• หน้าจอ MBUX Hyperscreen ยาวตลอดแนวคอนโซลแบบ Pillar-to-Pillar ช่องปรับอากาศ Galvanised Air Vents และระบบ Climate Control ไปจนถึง Ambient Styles ของรถที่สร้างบรรยากาศภายในด้วย Ambient Lighting


• นอกจากการเผยโฉม The all-new electric GLC ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสคันจริงเป็นครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้ประกาศข่าวสำคัญในด้านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างราคาของรถยนต์กว่า 11 รุ่น โดยมีการปรับราคาลงสูงสุดถึง 1,030,000 บาท
• C 220 d ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท จากเดิม 2,880,000 บาท (ส่วนต่าง 190,000 บาท)
• C 350 e plug-in hybrid ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท จากเดิม 2,990,000 บาท (ส่วนต่าง 100,000 บาท)
• E 220 d ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท จากเดิม 3,930,000 บาท (ส่วนต่าง 440,000 บาท)
• E 350 e plug-in hybrid ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท จากเดิม 4,080,000 บาท (ส่วนต่าง 390,000 บาท)
• GLC 220 d 4MATIC ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท จากเดิม 3,720,000 บาท (ส่วนต่าง 230,000 บาท)
• GLC 350 e 4MATIC plug-in hybrid ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท จากเดิม 4,180,000 บาท (ส่วนต่าง 490,000 บาท)
• GLC 350 e 4MATIC Coupe plug-in hybrid ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท จากเดิม 4,340,000 บาท (ส่วนต่าง 350,000 บาท)
• GLE 300 d 4MATIC ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท จากเดิม 5,590,000 บาท (ส่วนต่าง 640,000 บาท)
• GLS 450 d 4MATIC ราคาจำหน่าย 5,950,000 บาท จากเดิม 6,980,000 บาท (ส่วนต่าง 1,030,000 บาท)
• Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupe ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท จากเดิม 5,250,000 บาท (ส่วนต่าง 300,000 บาท)
• Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท จากเดิม 5,850,000 บาท (ส่วนต่าง 260,000 บาท)



