165
คนดูทั้งหมด
ฟอร์ด ‘Rapid Hub’ ซ่อมเร็ว คืนรถไว

• ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย

• ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด

• โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือ Rapid Hub เครือข่ายสนับสนุนเชิงรุกที่ช่วยให้ผู้จำหน่าย และทีมวิศวกรสามารถแก้ไขเคสที่ซับซ้อนได้รวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่รถจอดซ่อมหรือ VOR (Vehicle Off Road) เหลือเพียง 4 วัน และส่งมอบรถกลับคืนสู่มือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

จาก 'ตั้งรับ'

สู่การทำงาน 'เชิงรุก' อย่างไร้รอยต่อ

• Rapid Hub เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ด้วยเป้าหมายสำคัญในการปรับวิธีทำงานของฟอร์ด จากการรอรับปัญหาไปสู่การเข้าดูแลลูกค้าเชิงรุกทันที เมื่อมีการเปิดงานซ่อมในระบบ

• แม้แนวคิดนี้จะดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติต้องอาศัยความร่วมมือ และการประสานงานระหว่างหลายทีมอย่างแนบแน่น เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด

• ปัญหาความล่าช้าในการดูแลรถหลายครั้งไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของอาการรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงอย่างทันท่วงที

• Rapid Hub จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมทุกทีมให้เห็นสถานะของเคสพร้อมกันตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะเคสเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนอย่างทันท่วงที

• โครงการนี้ เชื่อมการทำงานของ 3 ทีมหลัก ได้แก่ ทีมลูกค้าสัมพันธ์ ทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนาม และผู้จัดการงานขายของแต่ละเขต

• ประสานงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การติดตามเคสมีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ศูนย์บริการวิเคราะห์อาการรถ ช่างเทคนิคจะประสานข้อมูลกลับมายังทีมลูกค้าสัมพันธ์ในทันที

• ก่อนที่ทีมลูกค้าสัมพันธ์จะประเมินระยะเวลา และแจ้งลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ เพิ่มความมั่นใจ และลดความกังวลระหว่างรอรับรถ

• สำหรับเคสที่ไม่สามารถส่งมอบได้ภายในหนึ่งวัน ระบบจะยกระดับเป็นเคส ‘VOR 1 วัน’ ทันที และส่งทีมวิศวกรเทคนิคภาคสนามเข้าช่วยสนับสนุนเชิงรุกโดยทันที เช่น เคสที่มีไฟเตือนบนหน้าจอ ไม่แนะนำให้ขับต่อ การเข้าดูแลอย่างรวดเร็วไม่เพียงช่วยป้องกันปัญหาลุกลาม แต่ยังช่วยดูแลความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ

• Rapid Hub ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายวิศวกรภาคสนามที่ผ่านการรับรองความเชี่ยวชาญระดับสูง (Master Certified) จำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพและจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญ

• โดยทีมวิศวกรภาคสนามต้องเดินทางถึงผู้จำหน่ายภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อช่วยเร่งการดูแลเคสที่ซับซ้อน จนสามารถมีดัชนี ‘การซ่อมเสร็จตั้งแต่ครั้งแรก’ สูงถึง 96%

• ขณะเดียวกัน ทีมงานยังลงพื้นที่ตรวจประเมินมาตรฐานช่างและความพร้อมของเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์บริการทุกแห่งพร้อมดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีและทีมงานเบื้องหลังความรวดเร็ว

• เพราะบางเคสต้องการการวิเคราะห์ขั้นสูง ฟอร์ดจึงนำเทคโนโลยีแว่นตาช่วยเหลืองานซ่อมระยะไกลมาใช้เพื่อให้ช่างเทคนิคที่ศูนย์บริการสามารถสื่อสารกับวิศวกรส่วนกลางแบบเห็นภาพหน้างานได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และลดเวลาการเดินทางในการสนับสนุน

• ขณะเดียวกัน หากรถยังไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ภายในหนึ่งวัน ฟอร์ดยังมีบริการรถสำรองเพื่อช่วยให้ลูกค้ายังคงเดินทางได้อย่างไม่สะดุด

• เบื้องหลัง Rapid Hub คือมาตรฐานการดูแลที่แข็งแกร่งของศูนย์บริการฟอร์ดทั่วประเทศ ด้วยช่องซ่อมรวมกว่า 1,248 ช่อง และปริมาณใบสั่งซ่อมราว 400,000 ใบต่อปี

• ฟอร์ดจึงให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรช่าง เทคโนโลยี และกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการส่งมอบบริการที่รวดเร็วและมีมาตรฐานในทุกพื้นที่

ความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าทุกคนเสมือนคนในครอบครัว

• Rapid Hub จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่ทำให้งานซ่อมเร็วขึ้น แต่คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพราะสำหรับฟอร์ดแล้ว การให้บริการหลังการขายไม่ใช่แค่การแก้ปัญหา แต่คือการส่งมอบความมั่นใจ และทำให้ลูกค้าได้รับการดูแลเสมือนคนในครอบครัวเสมอ