• ประเทศไทยมีความตื่นตัวเกี่ยวกับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กอยู่น้อย
• ในฟิลิปปินส์ได้อนุมัติกฏหมายให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่อยู่บนรถ รวมถึงห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือเด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 150 เซนติเมตร นั่งบนเบาะข้างคนขับโดยเด็ดขาด
• เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในทารก และกว่า 50-80 เปอร์เซ็นต์ในเด็กเล็ก
• อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับรูปแบบของรถ
• จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั่วโลกหลายครั้ง พบว่ามีการติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กไม่ถูกต้อง ในสหรัฐอเมริกาพบว่า กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ของเบาะนั่งนิรภัยมีการติดตั้งไม่ถูกต้องอย่างน้อยหนึ่งตำแหน่ง
หันหน้าหรือหันหลัง
• เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กแบบหันหลังเป็นอุปกรณ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทารก และเด็กเล็ก ให้ใช้เบาะนั่งนิรภัยประเภทนี้จนเด็กมีส่วนสูง และน้ำหนักเกินมาตรฐานที่บริษัทผู้ผลิตกำหหนด ก่อนจะได้เวลาเปลี่ยนไปใช้เบาะนั่งนิรภัยแบบหันหน้า
• ปัจจุบันในท้องตลาดมีเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กที่สามารถปรับทิศทางการหันของเบาะได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวก และช่วยประหยัดเงินได้อีกทาง
• ปรับเอนเบาะนั่งนิรภัยอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กโน้มเอนไปข้างหน้า โดยเฉพาะในกรณีของเด็กทารก ศีรษะควรเอนไปเพียงข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้หายใจสะดวก และอย่าลืมปรับเบาะอยู่เป็นระยะให้รองรับสรีระของลูกน้อยเมื่อโตขึ้น
• เมื่อเด็กโตเกินเบาะนั่งนิรภัยแล้ว จำเป็นจะต้องนำเบาะเสริมหรือบูสเตอร์มาใช้แทน เพราะถึงเวลานั้นเด็กอาจยังไม่สูงหรือหนักพอสำหรับการใช้เข็มขัดนิรภัยที่มากับรถยนต์ ซึ่งเหมาะกับเด็กที่มีความสูง 150 เซนติเมตรขึ้นไป จึงจะรัดเข็มขัดด้านล่างให้แนบไปกับสะโพก และเชิงกราน ให้เข็มขัดด้านบนอยู่ระหว่างอกกับไหล่ได้พอดี
เรื่องเล็กที่ไม่ควรเสี่ยง
• เบาะนั่งนิรภัยมีวันเสื่อมอายุ จึงต้องหมั่นตรวจเช็คคู่มืออยู่เสมอ ต้องเปลี่ยนเบาะนั่งนิรภัยหากเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าดูสภาพของเบาะยังดูเหมือนเดิม เพราะระบบภายในอาจมีรอยแตกหักซึ่งจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อยได้
• ไม่ควรใช้เบาะนั่งนิรภัยตัวเดิมกับลูกคนที่ 2 หรือซื้อเบาะนั่งนิรภัยมือสองมาใช้ หากไม่ทราบที่มาที่ไป