• ข้อเสนอพิเศษ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ วันที่ 1 มีนาคม - 5 เมษายน 2569
ต่อที่ 1 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ
ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
• หรือ
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ผ่อนนาน 48 เดือน (ดาวน์ 25%) พร้อมส่วนลดพิเศษ 30,000 บาท
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี
• หรือ
ดาวน์เริ่มต้น 19,999 บาท ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี

ต่อที่ 2
• ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ SAVE SAFE Platinum Package ครอบคลุมการเช็กระยะ 10 ครั้ง 5 ปี/100,000 กิโลเมตร (สำหรับการจองตั้งแต่ 1 - 22 มีนาคม 2569)
• ฟรี โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์นิสสัน และรับประกันระบบ e-POWER (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)
• ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
• ฟรี ค่าแรงเช็กระยะ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร


• e-POWER TECHNOLOGY USP หัวใจหลักของ Serena แตกต่างจากคู่แข่ง ด้วยคุณสมบัติของการขับขี่จากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ หรือกังวลต่อการชาร์จไฟฟ้า

• การขับขี่ในเมืองที่เทคโนโลยี e-POWER จะให้ความโด่ดเด่นในเรื่องสมรรถนะ และการประหยัดน้ำมัน

• ด้วยพลังขับเคลื่อนที่ทั้งง่าย และตอบสนองทันใจ ให้คุณลื่นไหลในทุกจังหวะของการขับในเมืองรถติด e-Pedal step ยังเสริมความสะดวกสบายทุกเส้นทาง
• สำหรับในการใช้งานในเมือง Serena ยังมี N Hold (หรือเกียร์ N) ที่ตอบโจทย์การจอดรถในเมือง

• เทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับรถ MPV ที่ช่วยให้ขับขี่ MPV ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น IAVM - Intelligent Around View Monitor เสริมมุมมองการขับผ่านซอยแคบ ๆ หรือถอยจอดได้มั่นใจยิ่งขึ้น เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นกับรถคันใหญ่ หรือคุณแม่ที่ต้องขับในชีวิตจริงทุกวัน

• IRVM - Intelligent Rear View Mirror เห็นชัดทุกสถานการณ์ แม้ที่นั่งผู้โดยสารจะเต็มทุกตำแหน่ง สอดคล้อง และเข้าใจเมื่อมีการใช้งานจริงของลูกค้า


• Dual Back Door เปิดง่ายได้แม้ในพื้นที่แคบ เช่น ที่จอดรถบ้านหรือห้างที่พื้นที่จำกัด ตัวจริงที่แก้อีกหนึ่งปัญหาของผู้ใช้รถ MPV ที่มีฝาท้ายบานใหญ่

• ประตูสไลด์ เปิดประตูได้แม้ไม่มีมือว่าง เพียงแค่ “เตะ” เบา ๆ

คลิปรีวิว
• SERENA e-POWER

คลิปรีวิว
• SERENA S-HYBRID ราคา 1,469,000 บาท
• All-New Nissan Serena e-POWER ราคา 1,690,000 บาท

• All-New Nissan Serena e-POWER กระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำเงา พร้อมแถบโครเมียมดีไซน์แบบ Next Generation V-Motion
• กันชนหน้า - หลัง ออกแบบให้เป็นสเกิร์ตล่างในตัว

• ไฟตัดหมอกหน้า และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน
• ไฟหน้า - หลัง เป็นแบบ Full LED

• ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว สีทูโทนในดีไซน์ใหม่
• ขนาดยาง 205/65 R16

• All-New Nissan Serena e-POWER หน้าจอแสดงผลแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูง
• กราฟิกเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ และเลือกการแสดงผลได้สองรูปแบบ

• All-New Nissan Serena e-POWER รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto


• ปุ่มกดสำหรับเลือกตำแหน่งเกียร์ แทนการโยกคันเกียร์
• N Hold Mode ที่ทำให้สามารถเข็นรถได้ง่ายเมื่อจอด ให้ความสะดวกเมื่อต้องจอดซ้อนคัน

• เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Brake Hold

• All-New Nissan Serena e-POWER ประกอบด้วยชุดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้พลังสูงถึง 163 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตัน-เมตร

• ออกตัวได้เร็ว เร่งแซงทันใจ ไม่ต้องรอรอบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.77 kWh

• ชุดเครื่องยนต์สันดาปสำหรับสร้างกระแสไฟฟ้า เป็นเครื่องยนต์ใหม่รหัส HR14DDe ขนาดความจุ 1,433 ซีซี แบบ 3 สูบ DOHC หัวฉีดไดเร็กอินเจ็กชั่น
• พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตัน-เมตร ที่ 5,600 รอบต่อนาที
.jpg)
• เทคโนโลยี Mirror Bore Coating ช่วยลดแรงเสียดทาน และลดเสียงจากการสั่นสะเทือน ส่งผลให้เครื่องยนต์เดินได้เรียบ และเงียบมากขึ้น ให้การเดินทางที่ราบรื่น นุ่มนวล
• ทดลองขับแล้ว คอนเฟิร์มการเก็บเสียงในห้องโดยสาร มีเสียงรบกวนจากภายนอกน้อย

• น้ำมันเต็มถังจากมหาชัย - ปราณบุรี - สาทร นั่งสองคน ไม่บรรทุก

• ลมยางตามสเปค 41 ปอนด์

• สตาร์ทเครื่องยนต์ขณะถ่ายภาพ ทำคลิป

• ทดลองขับทุกโหมดขับขี่
• จอดคืนที่สาทร ระยะทาง 553.2 กิโลเมตร
• บนหน้าปัดแสดง 16.3 กิโลเมตรต่อลิตร
• เหลือระยะทางให้ไปต่อ 209 กิโลเมตร
• ความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร

• All-New Nissan Serena e-POWER ติดตั้งระบบอี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ให้ความสะดวกในการเร่ง และชะลอความเร็วได้ในคันเร่งเดียว

• การขับขี่ด้วย อี-เพดัล สเต็ป สามารถช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังงานด้วยการชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ได้ดีมากยิ่งขึ้น
• ทดลองแล้วไม่ค่อยสมูท ผู้โดยสารเวียนหัว ตัวรถชะลอช้ามากเกินไป


• All-New Nissan Serena e-POWER มีรูปแบบการขับขี่ 3 โหมดหลัก
• Standard Mode ที่ให้ทั้งความแรง และประหยัด
• Sport Mode ตอบสนองรวดเร็ว ขับสนุกสไตล์สปอร์ต
• Eco Mode เน้นการประหยัดพลังงาน


• ฟังก์ชัน B ที่เพิ่มแรงหน่วง หรือช่วยเบรก และเพิ่มการฟื้นฟูพลังงาน หรือ Regenerative

• EV Mode ปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่


• All-New Nissan Serena e-POWER พัฒนาระบบกันสะเทือน ทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ และเหล็กกันโคลง ให้แข็งแรงมากขึ้น มีช็อกอัพแบบใหม่
• นุ่มนวลเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ทรงตัวดีเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เข้าโค้งได้แม่นยำมากขึ้น
• เป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้างความประทับใจ ตัวถังรูปทรงกล่อง ช่วงล่างมั่นคง แม้ยามเปลี่ยนเลนกะทันหัน

• น้ำหนักพวงมาลัยจะรู้สึกเบา เมื่อขับขี่ในเมือง สะดวกขณะเลี้ยวขึ้นอาคารจอดรถ แต่เมื่อเดินทางไกล น้ำหนักพวงมาลัยแปรฝัน มั่นคง

• All-New Nissan Serena e-POWER เบาะวัสดุหนัง ที่นั่งแถวที่ 2 เป็นที่นั่งแบบ Captain seat
• ปรับได้อิสระ 4 ทิศทาง (เลื่อนหน้า-หลัง ซ้าย-ขวา) และแยกออกจากกันได้


• เบาะแถวที่ 3 รองรับ 3 ที่นั่ง เบาะมีความหนานั่งสบาย สามารถปรับพนักพิงให้เอนราบได้




• แม้จะมีกระจกบานใหญ่รอบคัน แต่ไม่ร้อน เพราะหน้าต่างผู้โดยสารตอนหลังเป็นแบบ UV Cut ช่วยลดความร้อน และรังสี UV
.jpg)
• กระจกบานหน้า และหน้าต่างประตูคู่หน้า ยังเป็นแบบ Acoustic Glass หนา 2 ชั้น ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ





• All-New Nissan Serena e-POWER เพิ่มความสะดวกสบายมากมาย อาทิ ที่วางแก้วมากถึง 17 จุด



• ช่องชาร์จ USB ทุกแถวที่นั่ง รวมทั้งหมด 6 จุด (5 USB-C, 1 USB-A)


• อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย 1 ตำแหน่ง


• โต๊ะเล็กอเนกประสงค์ในแถวที่ 2 และ 3 สำหรับวางสิ่งของ เช่น กล่องอาหาร หรือ แท็บเล็ตสำหรับเพิ่มความบันเทิงระหว่างการเดินทาง



• ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซน ปรับอุณหภูมิสำหรับแต่ละโซนได้ตามต้องการ

• ระบบฟอกอากาศแบบ Plasmacluster ที่จะปล่อยอนุภาคขนาดเล็กออกมาเพื่อดักจับแบคทีเรียในอากาศ ฝุ่น และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ในห้องโดยสาร

• ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารในแถวที่ 2




• ประตูสไลด์เปิด - ปิด แบบแฮนด์ฟรี


• ฝาท้ายอเนกประสงค์แบบ Dual Back Door หนึ่งเดียวในตลาดรถยนต์แบบ MPV ยังคงเป็นจุดเด่นของ All-New Nissan Serena e-POWER บานประตูน้ำหนักเบา เปิดได้ง่ายทั้งแบบเต็มบาน หรือครึ่งบาน



• ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า
• ระบบเบรกฉุกเฉิน ลดความเสี่ยงจากการชนด้านหน้า
• ระบบเตือนจุดอับสายตา

• ระบบ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSI) ทำงานเมื่อรถออกนอกช่องทางขณะระบบ BSW กำลังเตือน พวงมาลัยจะขยับเพื่อคุมรถให้กลับเข้าช่องทางเดิม โดยผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อเปิดระบบ IBSI หลังสตาร์ทรถเพื่อเปิดการใช้งาน
• ตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย หรือ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

• ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Lane Departure Warning (LDW) จะส่งเสียงเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว
• ระบบ Intelligent Lane Intervention (ILI) เมื่อรถออกนอกช่องทาง ขณะที่ระบบ LDW กำลังเตือน พวงมาลัยจะขยับเพื่อคุมรถให้กลับเข้าช่องทางเดิม โดยผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อเปิดระบบ ILI หลังสตาร์ทรถเพื่อเปิดการใช้งาน
• ระบบ Intelligent Cruise Control (ICC) ล็อกความเร็วอัตโนมัติ

• ระบบ High Beam Assist (HBA) เปิดไฟสูงอัตโนมัติ

• ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ที่คู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
• เทคโนโลยีควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ
• ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
• ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน

ชุดตกแต่งแท้ STYLISH PACKAGE ราคา 23,900 บาท
• ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า
• ชุดคิ้วชายบันได้ข้าง (4 ชิ้น)
• สปอยเลอร์หลังคา (2 ชิ้น)
• ชุดไฟเลี้ยวแบบต่อเนื่อง




ชุดตกแต่งแท้ POPULAR PACKAGE ราคา 10,900 บาท
• คิ้วกันสาดประตู (4 ชิ้น)
• ตาข่ายกั้นสัมภาระ
• ถาดวางของท้ายรถ
• แผงกันสัมภาระด้านหลัง


• ล้ออัลลอย 16x5.5J สีเทาดำ (4 วง) ราคา 27,600 บาท








